ในที่สุดวันนี้ก็กลับถึงบริสเบนซะที หลังจากกลับเมืองไทยไปเกือบเดือนเพื่อไปชุบกลิ่นโคลนสาบควายให้หายคิดถึง ตอนนี้เป็นช่วงที่กำลังนั่งเจ็ตแล็กอยู่ก็เลยมานั่งเช็คอีเมลล์แล้วก็นั่งเขียนบล็อคไปด้วยเลยในตัว
ขอสรุปเรื่องราวที่ผ่านมาคร่าว ๆ แล้วกันนะ
ตอนนี้เหลืออีกแค่หนึ่งเทอมเท่านั้นเกศทิพย์ก็จะจบปริญญาโทแล้ว นั่นหมายความว่าพอพ้นเดือนมิถุนายนไปเราก็จะเป็นไทแล้ว เย้ ๆ ๆ ๆ เรียนจบแล้ว เรื่องต่อจากนี้ไปก็ค่อยคิดแล้วกัน
บางคนอาจจะไม่รู้ว่าช่วงก่อนจะกลับประเทศไทย เกศทิพย์เป็นลมล้มตึง ตึ๊ง ๆ ตึง ๆ ตะลึงตึ๊งตึงค่ะ ก็เลยกลับบ้านไปเช็คร่างกายซะหน่อยเพราะรู้สึกว่าตั้งแต่มาอยู่ออสเตรเลียเนี่ย ร่างกายอ่อนแอเซะเหลือเกิน ปรากฏว่าไปเช็คร่างกาย หมอวัดความดันเกศทิพย์ได้ ๘๔ - ๖๐ ค่ะ วัดสี่ห้าครั้งก็ออกมาผลประมาณเท่าเดิม หมอเลยแอ๊ดมิตเข้าโรงพยาบาลเลยค่ะ หมอบอกว่าปกติแล้วความดันเลือดของผู้หญิงควรจะอยู่ประมาณ ๑๑๐ แต่ว่าถ้าต่ำกว่า ๙๐ จะมีโอกาสช็อคได้ง่าย คืนนั้นเกศทิพย์เลยได้ใช้บริการประกันชีวิตค่ะ นอนให้พยาบาลเอาเข็มน้ำเกลือแทง แล้วก็กินยาโน่นนี่เต็มไปหมด ปรากฏว่าลงท้ายแล้วหมดบอกว่าเป็นอาการสารอาหารในร่างกายไม่เพียงพอก่อให้เกิดภาวะความดันต่ำ (Fasting hypotension) และยังมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำด้วยค่ะ (Low blood sugar level) เกศทิพย์เลยโดนคุณแม่เทศน์ไปกัณฑ์ใหญ่ฐานไม่ดูแลตัวเองให้ดีค่ะ ต่อจากนี้ไปก็ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารให้ครบห้าหมู่และสามมื้อ ทานผลไม้เยอะ ๆ ดื่มไวน์หรือเบียร์วันละหนึ่งแก้ว (อันนี้ชอบ) ออกกำลังกายบ้าง วิตามินไม่ต้องทานให้ทานอาหารเสริมแทน (ก็ยังคงไม่รู้ว่าสองอันนี้มันต่างกันยังไง)
ต่อไปก็ขอวกเข้าเรื่องที่สนามบินในคืนที่ผ่านมาหน่อยนะคะ เมื่อวานขึ้นเครื่องตอนดึกค่ะ มาถึงสนามบินดอนเมืองตั้งแต่สามทุ่มครึ่งเพื่อเข้าเช็คอิน ปรากฏว่ารอแถวนานมาก ไม่รู้ว่าเป็นอะไร เห็นนายโอ้คบอกว่า ฟิล์ม รัฐภูมิมาขึ้นเครื่องด้วย แต่ก็ไม่น่าจะช้าเพราะคน ๆ เดียวหนา ก็เอาเป็นว่ากว่าจะเช็คอินเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบห้าทุ่ม แล้วก็ได้คุยกับพ่อกับแม่และเพื่อน ๆ ที่มาส่ง อันได้แก่ ต้อม น้ำตาล โป้ย พี่โชค โอ้ค เก๋ แจ๊ส ตุ๊ก โบ โอ้ค (แฟนโบ) อีกนิดนึง ได้ของที่ระลึกมามากมาย ส่วนใหญ่เป็นสมุดบันทึก จัดสรรปันส่วนแล้วสมุดของตุ๊กจะเอาไว้จดเล็คเชอร์ เผื่อว่าความฉลาดของตุ๊กและความขยันจะออสโมซิสผ่านสมุดมาหาเราบ้าง ส่วนสมุดของน้ำตาลโดนบังคับว่าให้เขียนทุกวันที่หนึ่งและสิบห้าของเดือนเพราะเป็นวันหวยออก....เกี่ยวไรอ้ะ แล้วจะไปเอามาแลกกันอ่านตอนเรากลับไป ก็จะพยายามเขียนนะค้าบ
ต่อจากนี้ไปธีมของบล็อคจะเปลี่ยนไปนิดนึง จากที่เคยเขียนเป็นไดอารี่กึ่งบล็อค ก็จะเปลี่ยนเป็นบล็อคค่อนข้างเต็มตัว แต่ก็จะคงเป็นเรื่องของเราอยู่ดีนั่นเอง ได้ไอเดียมาจากหนังสือที่เราซื้อแล้วบังคับให้พ่อเขียนคำนิยมให้ ฮ่า ๆ ๆ ชื่อหนังสือ (กึ่งไดอารี่) เล่มนั้นก็คือ บันทึกนี้มอบแด่ลูกหญิง ในเล่มนี้จะมีข้อคิดดี ๆ มากมาย แล้วเราก็ชอบมากด้วย ต่อจากนี้ไปทุกครั้งก็จะขึ้นด้วยคำสอนในหนังสือเล่มนั้นแล้วก็ตามด้วยเรื่องราวจากมุมมองของเราเกี่ยวกับคำสอนนั้น ๆ แล้วกัน เหมือนเป็นการเตือนตนไปในตัวด้วย ใครที่อยู่เมืองไทยแล้วอยากได้ก็ลองไปหาตามร้านซีเอ็ด หรือ บีทูเอสเอานะ น่าจะมีขายอยู่ มีทั้งเล่มเล็กและเล่มใหญ่ จัดทำโดยธรรมสภา เป็นหนังสือที่พ่อหรือแม่มอบให้ลูกชายหรือลูกสาว... น่าอ่าน น่าเก็บ และน่าบอกพ่อหรือแม่ให้ซื้อให้ลูกตัวเองนะ (หรือจะซื้อให้ตัวเองแล้วบังคับพ่อแม่เขียนให้อย่างเราก็ได้ ไม่มีปัญหา)
เอาล่ะ เดี๋ยวเราจะพยายามข่มตาหลับ ก็หวังว่าพรุ่งนี้คงตื่นไปทำงานตอนเช้าไหวนะ
ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปต้นไปเกศทิพย์ก็สู้ ๆ สู้ตายค่ะ